| |
หมู่ยุวกาชาดแห่งแรกในประเทศไทย |
จอมพล
สมเด็จ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต เมื่อครั้งยังคงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ
เจ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต และทรงดำรงตำแหน่งอุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดสยาม
ทรงมีพระราชปรารภถึงคณะกรรมการสภากาชาดสยาม ถึงการที่จะตั้งสภากาชาดแผนกเด็กขึ้น
ดังที่บางประเทศได้ดำเนินการได้ผลดีมาแล้ว อีกทั้งสันนิบาตสภากาชาดก็ให้การสนับสนุนยกย่องให้สภากาชาดแต่ละประเทศจัดตั้งขึ้น
หากสภากาชาดสยามจะได้จัดตั้งสภากาชาดแผนกเด็กขึ้นบ้างและเรียกชื่อว่า
อนุสภากาชาด ก็จะนับว่าเป็นการทันสมัยนิยม ไม่เป็นการล้าหลัง |
คณะกรรมการสภากาชาดสยามได้มีมติให้จัดตั้งอนุสภากาชาดขึ้นเมื่อวันที่
27 มกราคม 2465 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออบรมเด็กให้มีความรู้ในเรื่องการรักษาอนามัยของตนเอง
และของผู้อื่น มีใจเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ทั่วไป รู้จักบำเพ็ญประโยชน์เนื่องด้วยกิจการนี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาจึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการรับเป็นภาระจัดการ
ก็จะทำให้กิจการอนุสภากาดชาดเป็นผลสำเร็จวัฒนาถาวร เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติสืบไป |
ภายหลังจากที่สภากาชาดได้ประกาศจัดตั้งกิจการอนุสภากาชาดขึ้นเพียง
2 เดือน โรงเรียนราชินี
ซึ่งเป็นโรงเรียนที่สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ตั้งขึ้น เมื่อพุทธศักราช 2447 ก็ได้ขออนุญาตเปิดดำเนินงานอนุสภากาชาดขึ้นเป็นแห่งแรกเมื่อวันที่
29 มีนาคม พุทธศักราช 2465 โดยมีหม่อมเจ้าหญิงพิจิตรจิราภา เทวกุล
ดำรงตำแหน่งนายกหมู่เป็นท่านแรก และได้จัดพิธีเข้าประจำหมู่ขึ้นเป็นแห่งแรก
ดังนี้ |
|
|
รูปหมู่ยุวกาชาดแห่งแรกในประเทศไทย |
| |
พิธีเข้าประจำหมู่ |
เป็นพิธีที่สำคัญของสมาชิกยุวกาชาด
โรงเรียนที่จัดตั้งหมู่ยุวกาชาดจะต้องจัดให้มีขึ้นอย่างน้อยปีละครั้ง
ในภาคแรกของปีการศึกษา เพื่อให้นักเรียนใหม่ที่สมัครเป็นสมาชิกได้ปฏิญาณตน
โรงเรียนราชินีได้จัดพิธีขึ้นทุกปีนับตั้งแต่แรกที่ได้รับอนุญาต ในครั้งนั้นสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
ทรงเสด็จฯเป็นองค์ประธาน และสมเด็จ เจ้าฟ้า กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
เสด็จฯ ด้วยและในครั้งต่อ ๆ มาจนถึงปัจจุบัน ปรากฎว่ามีเจ้านายและบุคคลสำคัญมาเป็นประธานอยู่เนือง
ๆ อาทิ |
สมเด็จพระศรีสวรินทิรา
บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระยศเป็น
สมเด็จพระมาตุจฉาเจ้า) |
สมเด็จ
เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต (เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ
เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต) |
สมเด็จพระบรมราชชนก
(เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระยศเป็น พระองค์เจ้าธานีนิวัต) |
เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี |
เจ้าพระยาพิชัยญาติ |
พระยาศรีวิสารวาจา |
พระยาราชนุกูล |
พิธีดังกล่าว
ยังคงมีการจัดสืบมาตราบเท่าทุกวันนี้ |
คัดย่อจาก
"หมู่ยุวกาชาดแห่งแรกในประเทศไทย" โดยนายพิสิฐ
ฐิติวัจน์ |
วารสารยุวกาชาด
ปีที่ 33 เล่มที่ 5 ฉบับที่ 194 มกราคม - กุมภาพันธ์ 2527 |
| |
สัญลักษณ์ของยุวกาชาด |
| |
|
| |
เป็นรูปกากบาทสีแดง
บนพื้นขาวล้อมรอบด้วยวงกลมสีน้ำเงิน รูปกากบาทเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
5 รูป ประกอบกัน วงกลมสีน้ำเงินมีความหนาของเส้นวงกลมเท่ากับครึ่งหนึ่งของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ขอบวงกลมด้านในห่างจากเส้นขอบด้านบน ด้านล่าง และด้านข้างของกากบาท
มีอัตราส่วนเท่ากับครึ่งหนึ่งของสี่เหลี่ยมจัตุรัสเช่นกัน |
| |
|
เครื่องแบบยุวกาชาดในอดีต
- ปัจจุบัน |
| |
| คำปฏิญาณตนยุวกาชาด |
| ข้อ
1 ข้าฯ จะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ |
| ข้อ
2 ข้าฯ จะเป็นมิตรกับคนทั่วไป และจะบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม |
| ข้อ
3 ข้าฯ จะรักษาอนามัยของตนเองและส่งเสริมอนามัยของผู้อื่น |
| |
| ขอบคุณข้อมูลจาก
: สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย. หนังสือ 84 ปียุวกาชาดไทย.
บริษัท ประชาชน จำกัด. 2549. |
| |